Yiwu-Madrid เป็นเส้นทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลก และมันก็ไม่ได้เกินความจริงเลย เส้นทางนี้จะใช้โดยรถไฟตู้คอนเทนเนอร์จากเมืองอี้หวู่ ไปจนถึงเมืองหลวงของสเปนในกรุงมาดริด ครอบคลุมระยะทางมากกว่า 13,000 กิโลเมตร (มากกว่า 8,000 ไมล์) ก่อนหน้านี้รถไฟ ”ทรานส์-ไซบีเรียน” ถือว่ายาวที่สุด แต่จีน – ยุโรป ได้ทำลายสถิติมันลงไปแล้ว ความแตกต่างระหว่างสองเส้นทางนี้คือเส้นสาย จีน-ยุโรป ถูกใช้เพื่อส่งสินค้า แต่ทรานส์-ไซบีเรียนเกิดขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสาร โดยเส้นทางใหม่นี้จะเชื่อมกับเมืองใหญ่ของจีน 12 แห่ง และ เมืองหลวงของยุโรป 9 แห่ง ทำให้มันได้ชื่อว่าเป็น “Silk Road on Rails”

สายนี้จะเริ่มต้นจากเมืองอี้หวู่ ศูนย์กลางการค้าที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเซี่ยงไฮ้ จากนั้นเส้นทางจะผ่านคาซัคสถาน, รัสเซีย, เบลารุส, โปแลนด์, เยอรมนี, ฝรั่งเศสและจากนั้นจะสิ้นสุดที่เมืองหลวงของสเปน ในบางประเทศจะมีการใช้ระบบรางที่มีมาตฐานต่างกัน ทำให้รถไฟจะต้องแลกเปลี่ยนโบกี้สินค้าระหว่างทาง โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนระบบรางของจีนไปรางของรัสเซียในประเทศคาซัคสถาน (Kazakhstan) ครั้งที่สองคือระหว่างข้ามประเทศเบลารุสไปยังโปแลนด์

ระยะเวลาการเดินทางที่ใช้จะกินเวลาประมาณ 21 วัน ถือว่าเร็วกว่าการขนส่งทางเรือที่ปกติใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ในขณะที่การขนสนทางบกใช้เวลาและก่อมลพิษมากกว่ารถไฟ การเชื่อมต่อรถไฟเปิดตัวโดยกลุ่ม InterRail ในเดือนพฤศจิกายน 2014 รถไฟในสายนี้ดำเนินการโดยกลุ่มบริษัทต่างๆ และเป็นตัวแทนร่วมทุนระหว่าง Deutsche Bahn AG ของเยอรมันกับทางรถไฟของรัสเซีย สินค้าที่ขนส่งส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนยานพาหนะและสินค้าคอมพิวเตอร์

การใช้ประโยชน์สูงสุดของเส้นทางรถไฟ

ในแต่ละสัปดาห์จะมีรถไฟออกเดินทาง 2 ขบวนจากอี้หวู่ไปยังกรุงมาดริด ในขณะที่อีกขบวนออกจากกรุงมาดริดมายังอี้หวู่ ซึ่งระหว่างเดินทางจะต้องข้ามผ่าน 8 ประเทศ จะต้องเจอกับระบบรางที่ไม่เหมือนกัน พร้อมทั้งกฎข้อบังคับที่แตกต่างกัน ถือแม้ว่ามันจะดูเหมือนเป็นตัวเลือกในการส่งสินค้าที่ใช้เวลานาน แต่มันมีความปลอดภัยมั่นคงกว่าแน่นอน เมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือหรือเครื่องบิน ลูกค้าทุกคนจะยินดีที่สินค้าของพวกเขามาถึงในสถาพที่ดีสุด

แน่นอนว่าเส้นทางนี้จะช่วยขยายการส่งออกของทวีปเอเชียออกไปสู่ยุโรป คนที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดไม่ใช่ใครนอกจากประเทศจีน ผู้ที่ริเริ่มโครงการลงทุนใหญ่ครั้งนี้มูลค่ากว่า 1.28 ล้านล้านบาท ในขณะที่การขนส่งส่วนใหญ่ยังคงพึงพาเรือเป็นสำคัญ ในอนาคตอาจมีการลงทันพัฒนาเส้นทางรถไฟสายใหม่เพิ่มขึ้นอีก ถ้าเกิดว่าโครงการนี้สามารถกระตุนเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างต่อเนื่อง