Shinkansen

คุณรู้หรือไม่ว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ได้คิดค้นรถไฟความเร็วสูง เพราะภูมิประเทศเป็นภูเขาเกือบทั้งประเทศ จากเดิมรางรถไฟมีขนาดใหญ่ขนาด 3 ฟุต กับอีก 6 นิ้ว ส่วนมากจะใช้เส้นทางอ้อมไม่เหมือนรถไฟความเร็วสูง ดังนั้นประเทศญี่ปุ่นจึงมีความจำเป็น ในการใช้รถไฟความเร็วสูง เพื่อตรงข้ามกับรางรถไฟเก่า นอกจากนี้รถไฟ Shinkansen มีกฎเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐาน รวมทั้งลอดผ่านอุโมงค์มากกว่า

การก่อสร้างครั้งแรกนั้นเริ่มต้นมาจาก Tokaido Shinkansen ซึ่งเป็นทางวิ่งระหว่าง Tokyo กับ Osaka ได้เปิดให้บริการในวันที่ 1 ตุลาคม 1964 เพื่อให้ทันเวลากีฬา Olympic ณ เมืองโตเกียว ผลปรากฏว่าได้รับประสบความสำเร็จอย่างสูง จากการมียอดผู้ใช้บริการถึง 100 ล้านคนในเวลาไม่ถึง 3 ปี จนทะยานไปถึงหนึ่งพันล้านคนในปี 1976

ตอนแรกรถไฟความเร็วสูงนี้ ตั้งใจจะเปิดบริการรับส่งทั้งสินค้าและผู้โดยสารทั้งตอนกลางวันและกลางคืน แต่ในปัจจุบันนั้นให้บริการรับส่งผู้โดยสารเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อีกทั้งยังปิดทำการระหว่างเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้าทุกวัน

รถไฟ Shinkansen รุ่นแรกสามารถรองรับได้ถึง 16 ตู้ โดยสามารถยาวได้ถึง เศษหนึ่งส่วนสี่ไมล์ จากหัวขบวนไปยันท้ายขบวนเลยทีเดียว แน่นอนว่าสถานีเองก็สร้างมาเพื่อรองรับความยาวของรถไฟทั้งขบวนได้อย่างไม่มีปัญหา

CRH380A-pic

รถไฟความเร็วสูง CRH380A ประเทศจีน

รถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีนคว้าตำแหน่ง มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 19,000 กิโลเมตร คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 60 ของเส้นทางรถไฟ ที่มีอยู่บนโลก

การขยับขยายทางรถไฟความเร็วสูงในจีน มีข้อดีเป็นอย่างมาก คือ ช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้เดินทางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการพัฒนาในระดับท้องถิ่นอีกด้วย

บรรดาบริษัทสัญชาติจากประเทศจีนได้เร่งพัฒนาความสามารถให้แก่ผู้นำในการก่อสร้างทางรถไฟฯ ถึงขีดสุด ถึงแม้ต้องผจญเงื่อนไขทางธรรมชาติสุดอันโหด แต่ก็ระดมสมองออกแบบให้สามารถวิ่งได้ทั้งประเทศ อีกทั้งยังมีความเหมาะสมกับสภาพอากาศและภูมิศาสตร์ อันแตกต่างหลากหลายกันออกไป

ตัวอย่างเช่น ทางรถไฟฯ สาย Harbin- Dalian ต้องแล่นผ่านพื้นที่ซึ่งมีอุณหภูมิลดต่ำกว่า -40 องศาเซลเซียสในช่วงหน้าหนาว, ทางรถไฟฯ สาย Lanzhou – Sin-jiang ที่ต้องวิ่งผ่านทะเลทรายอันแห้งแล้ง หรือจะเป็นทางรถไฟฯ บนเกาะ Hainan ที่ต้องมีความแข็งแรงสามารถต้านทานความรุนแรงจากพายุไต้ฝุ่นได้ เป็นต้น

ทั้งนี้ในปี พ.ศ.2559 องค์การทางรถไฟจีน หรือ CRC ได้ทำการวางแผนทุ่มงบประมาณอีก 800,000 ล้านหยวน ในการปรับปรุงและพัฒนาเส้นทางรถไฟในตะวันตกกับตอนกลางของประเทศ ที่ยังคงด้อยคุณภาพอยู่ในปัจจุบัน